หลังจากเกาหลีเหนือชนะซาอุดิอาระเบีย 3-0

เกาหลีเหนือคว้ารองแชมป์กลุ่ม ซาอุ ตกมาที่สามของกลุ่ม

ทำให้อันดับ3ที่มีคะแนนดีสุด 4 ทีม “เข้ารอบ” แล้วสองทีม

1ซาอุ 4 แต้ม
2 ยูเออี 3 แต้ม

ส่วนปากีสถาน 3 แต้ม ยังไม่เข้ารอบi99bet

ถ้า คีร์กีซสถาน พลิกล็อคชนะเกาหลีใต้ ทำให้กลุ่มนี้คีร์กิสถานได้ที่สอง เกาหลีใต้ที่สามของกลุ่ม ซึ่งจะเข้ารอบจาก 3 แต้ม (+5)

ที่เหลือ รอแข่ง19.00 น.

อินโดนีเซีย 3 แต้ม (อาจได้รองแชมป์กลุ่ม)

คีร์กีซสถาน 1 แต้ม พบเกาหลีใต้

ที่โชคร้ายคือเมียนมาร์ ชนะอิหร่าน 2-0 ได้ 4 คะแนนแต่เป็นบ๊วยของกลุ่ม

“ตกรอบ” ทั้งที่มีแต้มมากกว่าอันดับ 3 อย่าง ซาอุ, ยูเออี

ส่วนกรณีทีมไทย “ตกรอบแรก” เอเชียนเกมส์ หลังจาก 4 ปีที่แล้วที่อินชอน , เกาหลีใต้

โค้ชซิโก้ พาทีมได้อันดับสี่….ครั้งนีเกิดอะไรขึ้นกับทีมบอลไทย ????

เมื่อวานนี้ขอบคุณทุกท่านที่”วิจารณ์” กันเข้ามาแบบมีสติ และแบบมี “อารมณ์” ทุกคำวิจารณ์ผมคิดว่าต้องเป็นเสียงสะท้อนให้สมาคมกีฬาฟุตบอลนำไปประเมินแนวทางการทำงานของทั้งสมาคมและทีมงานชุดนี้

ส่วนตัวของผม…ในฐานะคนข่าวกีฬาคนหนึ่งนะครับ

ผมมองเรื่องการตกรอบแบบนี้ครับ

โดยตรง…สมาคมกีฬาฟุตบอล กับทีมผู้ฝึกสอน

โดยอ้อม…ทีมสโมสรฟุตบอลไทยลีก1 ทั้งเรื่องที่ไม่ให้ความร่วมมือกับงานของชาติ (ปล่อยตัวนักเตะ) หรือเรื่องที่ชอบสะสมนักเตะต่างชาติในทีม 11 คนแรกมากกว่านักเตะไทย อย่างศูนย์หน้า, เซนเตอร์แบก นี่ต่างชาติทั้งนั้น

ไม่อยากเขียนถึงบอลสโมสรไทยลีกมากครับ…มีผู้ยิ่งใหญ่มากด้วยบารมีและอิทธิพลเยอะ

คิดง่ายๆ เล่นการเมืองก็ไม่ได้ทำประโยชน์อะไรให้ประเทศชาติ คุณคิดหรือว่าพวกเขาเหล่านี้จะมาทำประโยชน์ให้วงการฟุตบอล

ผมเป็นคนหนึ่งที่ไม่เชื่อมั่นต่อการที่นักการเมืองมาเป็นเจ้าของทีมบอล

ในฐานะที่มีประสบการณ์ทำข่าวฟุตบอลต่างประเทศครึ่งชีวิต ทำงานมาเกือบครบ26 ปี ละครับ ได้เห็นว่าโลกพัฒนาแล้วฟุตบอลอาชีพของเขามีแต่ “นักธุรกิจ” มาทำ

เห็นด้วยมั้ย….

โอเค..เราไม่แตะปัจจัยที่ส่งผลกระทบโดยอ้อม

เอาปัจจัยที่ส่งผลต่อการตกรอบ “โดยตรง” ละกันครับ

1 ความรับผิดชอบขององค์กร

สมาคมกีฬาฟุตบอลต้องรับผิดชอบ โดยหน่วยที่ดูแลเรื่องทีมบอลคงต้องเป็นหน้าที่ของประธานเทคนิคสมาคมกีฬาฟุตบอล อันนี้รับผิดชอบโดยตรงว่ามันเกิดอะไรขึ้น วิเคราะห์ปัญหาสาเหตุอย่างเป็นรูปธรรม, เหตุผล ใช้ตรรกะของการทำงานไม่ใช้ “ความรู้สึก”

ผมยืนยันข้อนี้ว่าการรับผิดชอบต้อง “วิเคราะห์” ปัญหาและสาเหตุ ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะมาวิจารณ์หัวหน้าผู้ฝึกสอนเหมือนครั้งก่อนๆ ซึ่งถ้าผมเข้าใจไม่ผิดครั้งนี้ ประธานเทคนิค คงไม่วิจารณ์โค้ชโย่ง วรวุธ ศรีมะฆะ ออกสื่อ เพราะเป็นคนเลือกให้ทำงานมาตั้งแต่ต้น

สมาคมกีฬาฟุตบอลต้องรับผิดชอบเรื่อง “การเตรียมทีม” บอลเอเชียน เกมส์ ที่มีเวลาเพียงแค่ 4-5 วัน ตั้งแต่ไทยลีก1 หยุดการแข่งขันเมื่อวันที่ 5 ส.ค. การรายงานตัวแบบครบๆ 8 ส.ค. โปรแกรมแข่งขัน 14 ส.ค. นัดแรกพบกับกาตาร์

การเตรียมทีมแข่งขัน ( team preparation) คือหัวใจของการแข่งขันกีฬาทุกชนิดโดยเฉพาะประเภททีม กรอบเวลามันมีบอกอยู่แล้วว่าประมาณกี่วันจึงเหมาะสม ดังนั้นการจัดโปรแกรมไทยลีก1 และบอลภายใน ทำไมถึงส่งผลกระทบต่อการเตรียมทีมบอลชายเอเชียน เกมส์ ซึ่งเป็นรายการใหญ่ระดับทวีป

ความสำคัญมีมากกว่าซีเกมส์ และซูซูกิ คัพ ที่เป็นแค่ภูมิภาคเท่านั้น

ทำไม…จึงจัดโปรแกรมไทยลีก1 จนเหลือเวลาเตรียมทีมแข่งขันแค่ 5-6 วัน

สมาคมกีฬาฟุตบอลต้องรับผิดชอบเรื่องการเตรียมทีมบอล

เอาจริงๆนะ ผมคาดหวังว่า “ตกรอบแรก” ตั้งแต่ก่อนแข่งเพราะผมเชื่อในปัจจัยเรื่อง..”การเตรียมทีม” ที่ได้เวลาเตรียมตัวน้อยมาก

บอลรายการระดับทวีป….เตรียมทีมอย่างพร้อมที่สุดก็ยังตกรอบแรกได้แล้วถ้าไม่มีเวลาให้เตรียมตัวเลย…คุณจะไปคาดหวังอะไร

2 ความรับผิดชอบของผู้ฝึกสอน

แน่นอนครับโค้ชโย่ง วรวุธ ศรีมะฆะ ในฐานะหัวหน้าผู้ฝึกสอนต้องรับผิดชอบแบบเต็มๆต่อการตกรอบบอลเอเชียน เกมส์ ใน3 ประเด็นหลักๆ

** เตรียมทีม (ติดบอลภายใน, สมาคมไม่ช่วย)
** เลือกตัวผู้เล่น
** แทกติกการเล่น

ข้อแรกเรื่องการเตรียมทีม…

หากย้อนไปสมัย โค้ชโย่ง เป็นกองหน้าทีมชาติไทย เขามีส่วนสำคัญในการช่วยทีมได้อันดับ 4 เอเชียนเกมส์ ที่กรุงเทพปี 1998

ทำไมปี 1998 ถึงได้อันดับที่ 4 สตาฟโค้ชชุดนั้นทั้ง ปีเตอร์ วิธ,น้าชัช ชัชชัย พหลแพทย์,คุณวิรัช ชาญพานิชย์ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการเป็นผู้จัดการทีมและจัดการเตรียมทีมเพื่อแข่งขัน …เขาทำอย่างไร

โอเค ตอนนั้นเข้าใจได้ว่าต้อง “เตรียมทีม” เต็มที่ เพราะเราคือเจ้าภาพเอเชียน เกมส์

แล้วส่วนตัวโค้ชโย่ง..ต้องซึมซับประสบการณ์ทำงานกับทีมชุดนั้น แต่ทำไมไม่สามารถนำเรื่อง “การเตรียมทีม” หรือประสบการณ์อะไรมาปรับใช้กับทีมตัวเองได้

มันติดขัดตรงไหนจึงทำแบบชุด คุณวิรัช ชาญพานิชย์ ไม่ได้

ถ้าติดขัดเวลาเตรียมทีมน้อย ไม่พร้อม ไม่เอื้อ อย่างที่เห็นๆกัน ข้อนี้…จะไปวิจารณ์ ด่าทอ โค้ชโย่ง คงไม่ถูกต้อง

เรื่องการเตรียมทีม…ยกประโยชน์ให้โค้ชโย่งครับ เพราะมีคนที่รับผิดชอบ “ทำผิด” มากกว่าเยอะ

เรื่องการเลือกผู้เล่น

ผมเฉยๆครับ ผมคิดว่านักเตะชุดนี้ก็ไม่ได้แย่อย่างที่กล่าวหา และไม่มีเด็กเส้นอะไร ส่วนใหญ่ก็มาจากทีมเหรียญทองซีเกมส์ หลายคนคือกำลังสำคัญของสโมสรชั้นนำของประเทศ

มีนักเตะฝีเท้าดีที่พร้อมเป็นศักยภาพก็บาดเจ็บ บางคนไปแข่งขันในสภาพ 75-80% แต่มีประโยชน์ในเกม ลงเล่นทั้งเกมก็ไม่ได้

แทกติกและการวางแผนการเล่น…

ผมติดใจนัดเสมอบังคลาเทศเท่านั้น น่าจะออกมาได้ดีกว่าที่เห็น

มันเป็นเกมที่ต้องการชนะและได้ 4 แต้มตามเป้าเพื่อเข้ารอบ แต่โค้ชโย่ง วางแผนนัดนี้ผิดพลาด ผมว่าเจ้าตัวเขารู้ตัวเองอยู่แล้ว…

ดังนั้น…โค้ชโย่งพลาดเรื่องเดียวคือการทำงานในนัดพบบังคลาเทศ ที่มีผลต่อการเข้ารอบ

เรื่องฝีมือ, ความสามารถ โค้ชโย่งมีแน่นอนครับ แต่ “ประสบการณ์” ทำงานต้องเรียนรู้ และยังขาดอยู่

ถ้าโค้ชโย่งจะ “ลาออก” ซึ่งผมไม่เห็นด้วยครับ ผมคิดว่าควรทำงานต่อไป

ถ้าโค้ชโย่งจะ “ลาออก” ขอให้มาจากเหตุผล…

1เรื่องการทำงานกับ สมาคมกีฬาฟุตบอลที่เหมือนจะไม่ได้ช่วยแถมยังส่งไปตายในสนามรบอีกต่างหาก
2 ประเมินตัวเองว่าทำงานผิดพลาดอย่างรุนแรง
3 เป็นความรับผิดชอบของโค้ชคนหนึ่งหากผลงาน “ล้มเหลว”

อย่าให้การ “ลาออก” เป็นเหตุผลของการวิจารณ์, ด่าทออย่างไร้ความคิดจาก”แฟนบอล” ในยุคโซเชียลที่มาแบบ “เร็ว” และ “แรง”

ส่วนตัวของผมนะครับ… ผมไม่อยากให้โค้ชโย่ง ลาออก

ทำงานต่อไปครับ โค้ชไทยในทุกวันนี้ยิ่งมีน้อย (แต่อยากพัฒนาบอลไทย)

ประเมินความผิดพลาด…เรียนรู้กระบวนการทำงาน นีคือบทเรียน คือประสบการณ์
แล้ววันหนึ่งคุณจะกลับมาเป็นผู้ชนะ

เชื่อผมเถอะ โค้ชโย่ง

Comments are closed.